ระบบทุนนิยมดีจริงหรือ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกมนุษย์เราในขณะนี้เป็นระบบทุนนิยม องค์ประกอบเศรษฐกิจต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจอย่าง จีน อเมริกา หรืออดีตสหภาพโซเวียต ก็คือระบบทุนนิยม นับตั้งแต่สิ้นสุดระบบฟิวดัล (ศักดินาเหนือรัฐได้รับการพัฒนาเรื่อยมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรม ลัทธิจักรวรรดินิยม และก็ยังรวมทั้งสงครามเย็น ล้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ระบบทุนนิยมได้รับการพัฒนาและก็แพร่ขยายแนวความคิดออกเป็นวงกว้าง
ต้นสายปลายเหตุอีกส่วนใดส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบทุนนิยมได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับเกมการเมืองโลกนั่นคือ กระแสแนวคิดแบบเสรีนิยม ที่มาพร้อมพร้อมกันกับระบบประชาธิปไตยแบบทางอ้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้ระบบทุนนิยมได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในฐานะเครื่องมือที่จะพาประเทศชาติมุ่งสู่ความร่ำรวย และ เจริญรุ่งเรือง
ระบบทุนนิยมในทางของโครงสร้างระดับประเทศมีอยู่หลายระดับไม่ว่าจะเป็น ระบบทุนนิยมแบบไร้การแทรกแซงของเมือง ทุนนิยมสวัสดิการ หรือทุนนิยมโดยเมือง แต่ละส่วนจะพึ่งพิงตลาดแตกต่างกัน ตลาดจะเสรีมากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับการกำหนดนโยบาย
แล้วระบบทุนนิยมส่งผลดีกับโลกนี้จริงหรือ หรือบรรทัดฐานความดีเลิศนี้มีขึ้นเพื่อมนุษย์ แล้วมันดีต่อมนุษย์ใช่หรือ นักเขียนจะทดลองพานักอ่านทำความเข้าใจในอีกมุมมองของระบบทุนนิยม อย่างที่นักเขียนชี้แจงไปว่า ระบบทุนนิยมนั้นเกิดขึ้นได้น่าฟังมีคนเห็นด้วยแล้วก็ปรารถนา ด้วยเหตุว่าราคาที่เกิดขึ้นมาจากเงินที่ใช้เปลี่ยนนั้นทรงอานุภาพมากมาย รวมทั้งสามารถทำให้มนุษย์เรานั้นได้โอกาสเข้าถึงทรัพยาการต่างๆได้มากกว่าผู้ที่ไม่มีสมรรถนะสำหรับในการหารายได้ ด้วยแนวความคิดแบบลัทธิเสรีนิยมนั่นเองที่พึ่งพิงพาศีลธรรมของมนุษยนิยมเป็นบรรทัดฐานสำหรับเพื่อการแข่ง เนืองด้วยเหล่าเสรีนิยมนี้เองที่ใช้กติกาของความเป็นปัจเจกกระโดดลงมาสู่ตลาดชิงชัยกันด้วยประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการสะสมทุน มือคนใดกันแน่ยาวก็สาวได้สาวเอา แม้กระนั้นผลพวงที่ตามมาจากการประลองในตลาดเสรีโน่นเป็นความเหลื่อมล้ำของระบบ ดังเช่นว่า นาย เป็นคนยากจน ส่วนนาย เป็นคนมั่งมี นาย ขาดเงินที่จะส่งลูกเข้าชั้นเรียนโรงเรียนเอกชน แต่ว่านาย มีเงินสามารถส่งลูกเข้าเรียนได้ โน่นก็บ่งบอกถึงแล้วว่า การมีทุนนั้นนับเป็นการถ่างช่องว่างทางด้านสังคมให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิมได้ ซึ่งแน่ๆ ถ้าหากใช้คุณธรรมแบบเฉพาะตน (เป็นเยี่ยมในคุณธรรมแบบมนุษยนิยมเช่นเดียวกันนาย ก็ไม่ผิด เพราะเหตุว่าเขาหารายได้มาจากการประลองในตลาด แต่ว่าปัญหามันกำเนิดตรงที่ระบบทุนนิยมไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับเพื่อการเข้าถึงจังหวะสำหรับผู้ที่ไม่มีสมรรถนะสำหรับการรวบรวมทุนยกตัวอย่างเช่นคนอย่างนาย A
แล้วปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเราเข้าถึงโอกาสในการครอบครองทรัพยาการนั่นเป็นการศึกษา แต่ทุนนิยมกลับถ่างช่องว่างในส่วนนี้ให้ห่างออกไปโดยระบุความกว้างของความเหลื่อมล้ำนี้ด้วยการแข่งขันของมนุษย์ด้วยกันเอง อย่าว่าแต่ชิงชัยในระบบทุนนิยมเลย แม้แต่โอกาสในการเป็นมนุษย์ของนาย ก็อาจจะไม่เหลือเลยด้วยซ้ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *